ติดต่อ คุณอัจฉรา 086-6282817 หรือร่วมบริจาค ธ.กรุงไทย เลขบัญชี 031-0-03432-9 หรือ ธ.กรุงเทพ เลขบัญชี 145-5-24762-5 ชื่อบัญชีสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน ต้องใช้จ่าย เดือนละ 1 แสนบาท โดยเป็นค่าใช้จ่าย ใน 3 โครงการ ที่ดูแล คนเร่ร่อนไร้บ้าน...พนักงานบริการ ...เด็กและเยาวชนในชนบทกลุ่มต่าง ๆ /"ความสำเร็จประกอบด้วยความผิดพลั้งหลายๆ ครั้งมารวมกันโดยที่ความกระตือรือร้นที่หวังจะพบกับชัยชนะนั้นยังคงอยู่" (วินสตัน เชอร์ชิลล์).
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ 24 เมษายน 2554 เวลา 08.30 – 12.00 น. หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ
สถานที่ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ
กำหนดการ
008.30-09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 10.00 น. Technical on The Rock
โดย คุณณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ Head of Management
10.00 - 10.15 น. รับประทานอาหารว่าง
10.15 – 12.00 น. ฟันธงหุ้น
ดำเนินรายการโดย คุณธีรวุฒิ กานต์นิภากุล Assistance Vice president
ทีม Research CIMBS
คุณเกษม พันธ์รัตนมาลา Head of Research
คุณเกียรติก้อง เดโช Vice president
คุณสุวัฒน์ สินสาฎก Vice president
คุณพิสุทธิ์ งามวิจิตรวงศ์ Vice president
คุณมนต์ชัย จาตุรันต์ภิญโญ Vice president
สำรองที่นั่งทาง www.cimbsecurities.co.th เท่านั้น
วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554
“วันสตรีสากล” ควรเปลี่ยน เป็นวัน “มนุษย์สากล” ได้แล้ว
ทำไมควรยกเลิกวันสตรีสากล
Wed, 2011-03-09 18:54
ฤทธิชัย ชูวงษ์
การมีวันนี้ ดูเหมือนกับเรายอมรับว่า ปัญหาการกดขี่ ความไม่เสมอภาคกันระหว่างชายหญิง เกิดจากการไม่เสมอภาค ทางเพศ ทั้งที่จริงแล้ว เราจะเห็นว่า ในสังคม ความเป็นเพศไม่ได้ทำให้เกิดความไม่เสมอภาค เราจะเห็นว่ารอบตัวเรา มีคนงานชายมากมายมีเจ้านายเป็นผู้หญิง มีผู้หญิงมากมายกดขี่ผู้ชาย และมีผู้ชายผู้หญิงมากมายกดขี่กันเอง ถ้าความเป็นเพศกดขี่ได้จริง ทำไมผม ไปกดขี่ ดารานักร้องสาวสวยไม่ได้
ในอดีต ต้องยอมรับว่าการใช้แรงงานส่วนใหญ่ใช่แรงงานชาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชายจะเป็นใหญ่เป็นส่วนมาก ผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้าน เลี้ยงลูกและสนองอารมณ์ ทางเพศของชายเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแม้แต่ในอดีตก็ตาม ครอบครัวแต่ล่ะครอบครัว ก็มีระดับการกดขี่สตรีที่ต่างกัน ครอบครัวที่ทางฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมีอำนาจทางเศรษฐกิจที่พอๆ การกดขี่ระหว่างเพศจะเกิดน้อยมาก แต่ที่มีการกดขี่สตรีในอดีตส่วนใหญ่เกิดจาก การกดขี่ของฝ่ายชายที่ เป็นเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งมีอำนาจทางเศรษฐกิจ แทบทั้งสิ้น หากเจ้าขุนมูลนายเป็นผู้หญิง ผู้หญิงก็สามารถกดขี่ทาสที่เป็นชายได้เช่นกัน ถ้าความเป็นเพศ ทำให้อีกเพศกดขี่อีกเพศได้จริง คงเห็นทาสชาย ลุกขึ้นมาจับ เจ้านายผู้หญิงทำเมีย
ปัจจุบัน ระบบการผลิตทำให้ผู้หญิงอยู่ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ผู้หญิงในความเป็นจริง มีความเสมอภาคกับชายในระดับหนึ่งแล้ว เพียงแต่ว่า ความรู้สึกของผู้หญิงบางส่วนเอง ยังรู้สึกว่าตัวเอง ต่ำต้อยกว่าชาย ทั้งที่ หากมองเรื่องเศรษฐกิจ หญิงกับชายอาจมีอำนาจไม่ต่างกัน ผู้หญิงเองก็หลงไหลกับความเป็นผู้หญิง ที่ซากวัฒนธรรมยุคทาส เหลือทิ้งไว้ให้ เพราะผู้หญิงบางคน ยังคิดว่าต้องหาผัวรวยๆ มาเลี้ยงดู ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีความสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ผู้หญิงบางส่วนเองก็ยินดีที่จะรับประโยชน์ จากระบบที่คุณเรียกว่าชายเป็นใหญ่ (อันที่จริงไม่ว่าชายหรือหญิงมันก็อยากได้เมียรวยกันทั้งนั้น) ผู้หญิงเหล่านี้ ต้องลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในความเป็นจริงมีแต่เพศหญิงที่ถูกกดขี่ หรือ ถูกกดขี่เพราะมีอำนาจทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าอีกฝ่ายที่เป็นชาย และที่ผู้หญิงบางกลุ่ม ออกมาพูดว่าไม่เสมอภาคกับเพศชายอยู่นี้ ก็เพื่อเพียงต้องการประโยชน์ ที่คุณใช้ความเป็นเพศหญิงมาอ้าง เพื่อที่จะหาข้อได้เปรียบจากการที่เป็นเพศหญิง เท่านั้น
หากจะทำให้มี ความเสมอภาคระหว่างเพศ จริงๆ ผู้หญิงเองก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ และทำให้เหมือนชาย โดยไม่ต้องสนใจจารีตโบราณ เช่น ผู้หญิงอาจจะต้องมาขอผู้ชายแต่งงาน หรือ จีบผู้ชาย หรือ มีเซ็กส์กับผู้ชายโดยไม่เรียกร้องทรัพย์สิน (ยกเว้นอาชีพบริการ) หรือ ในครอบครัว ผู้หญิงอาจจะต้อง ลองบังคับผู้ชายเมื่อต้องการเซ็กบ้าง หรือกล้าที่จะบอกว่า กูไม่มีอารมณ์
และที่สำคัญผู้หญิงต้อง เรียกร้องให้มีการแก้กฏหมายให้มีความเสมอภาค รวมทั้งกฎจารีต อย่างเช่น ความเชื่อทางศาสนา ไม่ว่าการบวช หรือ สิทธิอื่นๆ ที่มีการยอมรับให้แต่ฝ่ายชาย ไม่ใช่มาแค่มา ตะโกนว่า "กูถูกผู้ชายกดขี่นะคะ"
จะทำให้มีความเสมอภาคจริง เราต้องสู้มากกว่า เรื่องเพศ เราต้องสู้ให้เรามีอำนาจทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปด้วย และเราควรยกระดับการต่อสู้ เป็นการต่อสู้ เพี่อความเสมอภาค ของ "มนุษย์" เพราะคนอ่อนแอไม่ได้มีแต่เพศหญิง เพศชายหรือเพศที่3 ดังนั้น "วันสตรีสากล" ควรเปลี่ยน เป็นวัน "มนุษย์สากล" ได้แล้วครับ
เชิญร่วมแลกเปลี่ยนครับ เนื่องในวันสตรีสากล
ปล.การเขียนบันทึกนี่ กลับบ้านจะโดนคนที่บ้านตบกระบาลหรือป่าววะนี่ 5555
https://prachatai3.info/journal/2011/03/33459
100 ปี สตรีสากล เครือข่ายสตรีชายแดนใต้ร้องรัฐ-สื่อ-สังคม คืนชีวิตปกติสุข
100 ปี สตรีสากล เครือข่ายสตรีชายแดนใต้ร้องรัฐ-สื่อ-สังคม คืนชีวิตปกติสุข
Sun, 2011-03-13 14:37
13 มีนาคม 2554 เครือข่ายสตรีภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ออกแถลงข้อเรียกร้องเนื่องในวันครบรอบวันสตรีสากล รีบแก้ไขสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังสตรีเสียชีวิตโดยตรงจากสถานการณ์รวม 289 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 1,310 คน โดยแถลงการณ์มีข้อเรียกร้อง มีดังนี้
ข้อเรียกร้องของเครือข่ายสตรีภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
ในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันสตรีสากลสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กว่า 4,000 คน บาดเจ็บกว่า 7,000 คน เป็นสตรีที่ต้องสูญเสียสามี ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวกว่า 2,000 ครอบครัว ซึ่งต้องดูแลบุตรที่กำพร้าพ่อ ไม่น้อยกว่า 5,000 คน และยังมีสตรีที่ได้รับผลกระทบจากการที่สามี หรือสมาชิกในครอบครัว ต้องคดีความมั่นคงอีกกว่า 7,000 ครอบครัว สภาพดังกล่าวนี้ นับเป็นภาระที่สตรีต้องเผชิญ ซึ่งหนักหน่วงกว่าสตรีในพื้นที่ใดๆของประเทศนี้
ในวาระครบรอบ 100 ปี วันสตรีสากล สตรีจากทั่วทุกแห่ง ได้มีโอกาสเฉลิมฉลอง พร้อมกับส่งเสียงแห่งความ ทุกข์ยาก และเสนอข้อเรียกร้องที่ต้องการมีชีวิตที่ดีกว่า ให้คนทั้งประเทศ และทั่วทุกมุมโลกได้รับฟังและสนับสนุนมา ตั้งแต่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา และตลอดต่อเนื่องในดือน อันเป็นวาระโอกาส ที่มีความหมายสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้
พวกเรา เครือข่ายสตรีภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ซึ่งเป็นสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และสตรีที่ร่วมขับเคลื่อนงาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพในพื้นที่ ขอร่วมเสนอข้อเรียกร้อง ดังนี้
ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง
1. รีบแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่ง ขึ้นในขณะนี้ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีพได้อย่างปลอดภัย ไม่ตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว และหวาดระแวง
2. ปกป้อง และคุ้มครองทุกชีวิต ไม่ให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะการสูญเสีย ทำให้สตรี โดยเฉพาะผู้เป็นแม่และเมีย ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก และกลายเป็นผู้ต้องแบกรับภาระและผลกระทบอันหนักหน่วงตามมาเช่นที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน และรัฐบาลเองก็ต้องแบกรับภาระทางงบประมาณในการเยียวยาเช่นที่ดำเนินการมา หลายปี
3. เพิ่มมาตรการพิเศษในการปกป้องคุ้มครองสตรี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่นับวันได้กลายเป็นเหยื่อโดยตรงของสถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีสตรีที่เสียชีวิตโดยตรงจากสถานการณ์รวม 289 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 1,310 คน
4. มาตรการด้านความมั่นคงใดๆที่ใช้ต่อบุรุษ ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของสตรี ขอให้ยึดหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อสตรีและครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้
ข้อเรียกร้องต่อสื่อมวลชนและสื่อทางเลือก
1. คำนึงถึงผลกระทบในการนำเสนอข่าวสาร ที่จะทำให้เกิดความบาดหมางและแตกแยกระหว่างประชาชน ที่นับถือศาสนาพุทธ และอิสลาม เพราะปัจจุบัน ประชาชนทั้งสองศาสนา ล้วนเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความรุนแรง
2. นำเสนอข่าวสารที่จะช่วยทำให้คนในประเทศ เข้าใจรากเหง้าและความสลับซับซ้อนของเหตุการณ์ มากกว่าปรากฏการณ์รายวัน รวมทั้งเพิ่มพื้นที่การนำเสนอข่าวสาร ความเคลื่อนไหว มุมมองของสตรีและภาคประชาสังคมในการคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรง
ข้อเรียกร้องต่อสตรีและชุมชนสังคมชายแดนใต้
1. ขอให้เท่าทันต่อสถานการณ์ความรุนแรง ไม่ส่งเสริม ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจากฝ่ายใด
2. ใช้แนวทางสันติวิธีในการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเรียกร้องที่ต้องการ หรือเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม
เครือข่ายสตรีภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
วันที่ 13 มีนาคม 2554
วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
[藏歌 1080HD] 爱的真谛 chos la bzang bo / 央歌卓玛 / Tibetan Song
Resolution: 1080HD
Program: 藏歌
Series: 爱的真谛 chos la bzang bo
Episode: 爱的真谛 chos la bzang bo / 央歌卓玛 / Tibetan Song
Video Series ID: u0jE7emHoXpmHgD+1f#PvQ==
วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
มาฆบูชาภาวนา
วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2554, 8:50
หัวเรื่อง: มาฆบูชาภาวนา
ถึง: Thousand Stars Foundation <1000tara@gmail.com>
(For English summary please see below.)
มาฆบูชาภาวนา
ภาวนาเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิ
ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
…ขอเชิญกัลยาณมิตรบำเพ็ญบุญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา สวดมนตราประจำพระองค์ร่วมกัน 100,000 จบ ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 10 ประการ (ด้วยการถือศีลทิเบต 10) ปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ และร่วมเวียนเทียนถวายดวงประทีป 505 ดวง ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป เจดีย์แบบทิเบตซึ่งสร้างขึ้นโดยเน้น "โพธิจิต" จิตอธิษฐานเพื่อให้สัตว์โลกเข้าถึงการตรัสรู้
ความเป็นมา
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง "โอวาทปาติโมกข์" อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา และเป็นวันมหัศจรรย์เนื่องจากพระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
มูลนิธิพันดาราได้จัดงานมาฆบูชาภาวนาเป็นประจำทุกปีโดยเน้นการปฏิบัติเพื่อ บ่มเพาะคุณธรรมเรื่องความเมตตากรุณาถวายเป็นพุทธบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน ซึ่งเป็นธรรมาศรมในพระพุทธศาสนาอุทิศแด่พระโพธิสัตว์ตารา ผู้เป็นบุคลาธิษฐานแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ในปีนี้ทางมูลนิธินอกจากจะจัดให้มีการปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราและการเวียน เทียนใหญ่ที่บริเวณพระมหาสถูปแล้ว ยังจัดให้มีการสอนโยคะเพื่อการภาวนาอีกด้วย
อาหาร-ที่พัก
ทางมูลนิธิจะให้บริการอาหารมังสะวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา และจะจัดที่พักเป็นเต้นท์เดี่ยว เต้นท์รวม และศาลาซึ่งมีมุ้งลวดกันยุง ที่ศูนย์มีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำอย่างดี และศาลาพักผ่อนในตอนกลางวันไว้บริการ
การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
- เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ ค่ารถไปกลับ 500 บาท
- ไปโดยรถยนต์ส่วนตัว (สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์)
- เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวไปลงหน้าศูนย์ (แต่เนื่องจากกิจกรรมนี้เริ่มช่วงเย็น ตั้งแต่บ่ายสามโมง จะไม่มีรถสองแถวให้บริการ)
การลงทะเบียน
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387
บริจาคร่วมกิจกรรม 500-2000 บาทเพื่อเป็นค่าจ้างแม่ครัวและผู้ช่วย ค่าวัสดุอาหาร ค่าแรงคนงาน และค่าสาธารณูปโภค
อาจารย์ผู้นำภาวนา
รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมทิเบต ผู้จาริกแสวงบุญด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ในทิเบต อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน
อาจารย์ผู้สอนโยคะ: ครูดล (ธนวัช เกตุวิมุติ) จากเครือข่ายชีวิตสิกขา
กำหนดการ
วันที่หนึ่ง : พฤหัสบดีที่ 17 กพ.
16.00 น. เดินทางถึงศูนย์ขทิรวัน รับคู่มือปฏิบัติ เตรียมภาวนา
17.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. กิจกรรมปรับทัศนคติ "เริ่มต้นที่จุดจบ"
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สอง : ศุกร์ที่ 18 กพ. (วันมาฆบูชา)
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มน้ำปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. โยคะภาวนา
10.00 น. ฟังบรรยายเรื่อง "การบ่มเพาะความกรุณา"
11.00 น. พิธีรับศีล 10 ทิเบตและอ่านพระสูตรร่วมกัน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
15.00 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. นั่งสมาธิ
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
18.30 น. ทำวัตรเย็น เดินเวียนเทียน ถวายดวงประทีปที่บริเวณก่อสร้างพระมหาสถูป
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สาม : เสาร์ที่ 19 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะและสวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
14.30 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. สวดมนตรา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น
19.30 น. โยคะภาวนา
20.30 น. พิธีอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและสวดมนตราดับทุกข์โศกของสัตว์โลก
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สี่ : อาทิตย์ที่ 20 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
7.30 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะ
9.30 น. สวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. แบ่งปันประสบการณ์
12.30 น. พิธีลาศีล อุทิศบุญกุศลร่วมกัน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
การปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะความกรุณา
หัวใจหลักของการปฏิบัติธรรมคือการบ่มเพาะปัญญาและกรุณาซึ่งเป็นคุณงามความดี ในจิตใจของเรา ปราศจากคุณธรรมทั้งสอง เราไม่สามารถเข้าถึงความสุขที่ยั่งยืนตรัสรู้ธรรมและช่วยเหลือสัตว์โลกได้
ในพุทธวัชรยานมีหลายวิธีในการบ่มเพาะความกรุณา วิธีหนึ่งคือการปฏิบัติบูชาพระโพธิสัตว์ตารา พระองค์ทรงตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าสัตว์โลกชีวิตสุดท้ายจะ เข้าถึงการหลุดพ้น
ในการบ่มเพาะความกรุณา เราจะฝึกจิตของเราให้เป็นจิตแบบเดียวกับพระองค์ ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนตร์ และบริกรรมมนตราแห่งความกรุณาซึ่งนอกจากจะทำให้จิตสงบ ผ่องใส มีสันติสุขแล้ว ยังให้อานิสงส์ทั้งทางโลกและทางธรรม
โยคะ กับการภาวนา
ศาสตร์เพื่อการฝึกฝนให้จิตเป็นสมาธิ เพื่อความสุขอันแท้จริง จิตสงบได้แม้กายยังคงเคลื่อนไหว ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาวะของร่างกาย พัฒนาระบบย่อยอาหารและขับถ่าย เสริมสร้างกล้ามเนื้อชั้นในให้แข็งแรง กระตุ้นการไหลเวียนของกระแสโลหิต จัดปรับแนวกระดูกสันหลังให้สมดุล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายจากการฝึกโยคะที่ถูกวิธีตามตำราโบราณ
หัวข้อในการฝึกปฏิบัติ :
·เทคนิคการบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อการเตรียมความพร้อม
·อาสนะ เพื่อพัฒนาความสมดุลของร่างกาย (Homeostasis และ Muscle Tone)
·เทคนิคการผ่อนคลายอย่างลึก สำหรับผู้มีปัญหานอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท
·เทคนิคการหายใจเพื่อขจัด ความเครียดและเอื้อให้จิตเป็นสมาธิได้ง่ายและรวดเร็วขี้น
·โยคะกับการภาวนา ฝึกโยคะด้วยความพยายามที่น้อยที่สุด เพื่อรับผลแห่งการภาวนาได้มากที่สุด
--


